แฟรนไชส์ไปรษณีย์เอกชน PayPoint Service เปิดร้านรับส่งพัสดุและสารพัดบริการ
PayPoint Service ช่วยให้ผู้สนใจเริ่มต้นร้านรับส่งพัสดุและร้านสารพัดบริการได้ง่ายขึ้น ด้วยระบบหน้าร้าน อุปกรณ์ และแพ็กเกจลงทุนหลายระดับที่เลือกตามงบประมาณได้
- แฟรนไชส์ไปรษณีย์เอกชนและร้านรับส่งพัสดุ รองรับผู้ให้บริการขนส่งหลายราย
- มีแพ็กเกจเริ่มต้นสำหรับผู้ที่มีร้านหรืออุปกรณ์บางส่วนอยู่แล้ว
- รองรับการต่อยอดบริการ เช่น เติมเงิน ชำระบิล ถ่ายเอกสาร และบริการหน้าร้าน
- มีอุปกรณ์สำหรับเปิดร้านให้เลือกตามแพ็กเกจ ตั้งแต่เครื่องพิมพ์ใบเสร็จจนถึงชุดคอมพิวเตอร์
- เหมาะกับร้านค้าเดิม ผู้เริ่มต้นธุรกิจ และผู้ที่ต้องการเพิ่มช่องทางสร้างรายได้
- มีระบบตรวจสอบสถานะพัสดุและคู่มือการใช้งานออนไลน์
เปิดร้านรับส่งพัสดุโดยไม่ต้องเริ่มระบบทุกอย่างด้วยตัวเอง
PayPoint Service ช่วยลดขั้นตอนการเริ่มต้นธุรกิจ ด้วยแพ็กเกจที่รวมระบบและอุปกรณ์จำเป็นสำหรับให้บริการลูกค้า
ผู้ที่ต้องการเปิดร้านไปรษณีย์เอกชนมักพบคำถามหลายเรื่อง เช่น ต้องใช้โปรแกรมอะไร เลือกเครื่องชั่งแบบไหน พิมพ์ใบปะหน้าอย่างไร เชื่อมต่อขนส่งรายใด และต้องเตรียมอุปกรณ์หน้าร้านอะไรบ้าง
หากซื้ออุปกรณ์แยกโดยไม่มีระบบรองรับ อาจเกิดปัญหาอุปกรณ์ไม่เข้ากัน ใช้งานซับซ้อน หรือไม่สามารถเปรียบเทียบบริการขนส่งให้ลูกค้าได้อย่างสะดวก
PayPoint Service จึงจัดแพ็กเกจหลายระดับ เพื่อให้ผู้ลงทุนเลือกได้ตามความพร้อม ตั้งแต่ผู้ที่มีคอมพิวเตอร์และหน้าร้านอยู่แล้ว ไปจนถึงผู้ที่ต้องการชุดอุปกรณ์สำหรับเริ่มเปิดร้านใหม่
รายละเอียดและราคาควรตรวจสอบจากหน้า รูปแบบการลงทุน PayPoint Service ก่อนสมัครทุกครั้ง เนื่องจากอุปกรณ์ โปรโมชั่น และเงื่อนไขอาจมีการเปลี่ยนแปลง
ร้านเดียวรองรับบริการได้มากกว่าการส่งพัสดุ
การเพิ่มบริการหลายประเภทช่วยให้ร้านมีโอกาสรับลูกค้าได้ตลอดวัน ไม่ต้องพึ่งรายได้จากค่าจัดส่งพัสดุเพียงทางเดียว
รูปแบบร้าน PayPoint Service สามารถต่อยอดเป็นร้านสารพัดบริการ โดยบริการที่อาจเปิดให้ลูกค้าใช้งานประกอบด้วย
- รับส่งพัสดุภายในประเทศ
- เปรียบเทียบบริการและค่าจัดส่งตามระบบที่รองรับ
- พิมพ์ใบปะหน้าและใบเสร็จ
- รับ Drop Off ตามผู้ให้บริการที่เข้าร่วม
- จำหน่ายกล่อง ซอง และอุปกรณ์แพ็กสินค้า
- เติมเงินโทรศัพท์
- ชำระบิลและค่าสาธารณูปโภค
- ถ่ายเอกสารและพิมพ์งาน
- ถ่ายรูปด่วน
- จองตั๋วเดินทาง
- บริการเกี่ยวกับประกันภัยหรือภาษีตามเงื่อนไขผู้ให้บริการ
บริการที่เปิดใช้งานได้จริงขึ้นอยู่กับแพ็กเกจ ระบบ พันธมิตร คุณสมบัติของผู้สมัคร และข้อกำหนดทางกฎหมาย ผู้ลงทุนควรสอบถามให้ชัดเจนว่าบริการใดรวมอยู่ในแพ็กเกจ และบริการใดต้องสมัครเพิ่มเติม
รองรับผู้ให้บริการขนส่งหลายราย
การมีตัวเลือกขนส่งหลายรายช่วยให้ร้านเสนอทางเลือกตามราคา ระยะเวลาจัดส่ง พื้นที่ปลายทาง และประเภทสินค้าได้เหมาะสมขึ้น
หน้าเช็กสถานะพัสดุของ PayPoint Service แสดงช่องทางติดตามจากผู้ให้บริการหลายราย เช่น
- POST SABUY
- KEX Express
- Flash Express
- J&T Home
- DHL
- RTT Express
- SPX Express
- BEST Express
- MAKESEND Express
- LEX
- EMS
- Drop Off by KEX Express
- Drop Off by Lazada
สามารถดูช่องทางตรวจสอบเลขพัสดุได้ที่ ระบบเช็กสถานะพัสดุ PayPoint Service
รายชื่อขนส่งและบริการที่แต่ละสาขาเปิดรับอาจไม่เหมือนกัน ผู้ลงทุนจึงควรตรวจสอบพื้นที่ให้บริการ อัตราค่าจัดส่ง เงื่อนไขการรับสินค้า และระบบเคลมของแต่ละบริษัทก่อนเปิดให้บริการลูกค้า
แพ็กเกจลงทุนเลือกได้ตามงบประมาณ
ผู้ลงทุนสามารถเลือกระดับแพ็กเกจตามอุปกรณ์ที่มีอยู่แล้ว ขนาดร้าน และบริการที่ต้องการเปิด
ข้อมูลจากเว็บไซต์ PayPoint Service ระบุแพ็กเกจหลายระดับ ได้แก่
แพ็กเกจเริ่มต้น 990 บาท
เหมาะกับผู้ที่ต้องการเครื่องพิมพ์ใบเสร็จสำหรับเริ่มใช้งานระบบ
อุปกรณ์ตามข้อมูลที่เผยแพร่ ได้แก่
- เครื่องพิมพ์ใบเสร็จขนาด 58 มิลลิเมตร
- กระดาษใบเสร็จจำนวน 1 ม้วน
แพ็กเกจระบบหน้าร้าน 999 บาท
เหมาะกับผู้ที่มีอุปกรณ์อยู่แล้วและต้องการเริ่มใช้ระบบให้บริการภายในร้าน
สิ่งที่ระบุในแพ็กเกจ ได้แก่
- ระบบโปรแกรมหน้าร้าน
- ระบบเติมเงินและชำระบิล
แพ็กเกจ 1,990 บาท
เหมาะกับผู้ที่ต้องการอุปกรณ์และสื่อประชาสัมพันธ์พื้นฐานสำหรับร้านรับส่งพัสดุ
รายการที่เผยแพร่ประกอบด้วย
- ป้ายไวนิลธงญี่ปุ่น
- ป้ายไวนิลหน้าร้าน
- โปสเตอร์เงื่อนไขการจัดส่ง
- เครื่องพิมพ์ใบเสร็จ
- กระดาษใบเสร็จ
- สายวัด
แพ็กเกจ 3,000 บาท
เหมาะกับผู้ที่ต้องการเพิ่มระบบพิมพ์สติ๊กเกอร์หรือใบปะหน้าพัสดุ
อุปกรณ์ที่ระบุ ได้แก่
- เครื่องพิมพ์สติ๊กเกอร์
- กระดาษพิมพ์สติ๊กเกอร์
แพ็กเกจ 6,990 และ 9,990 บาท
เหมาะกับร้านที่ต้องการอุปกรณ์รับพัสดุครบขึ้น เช่น เครื่องชั่ง เครื่องพิมพ์ และอุปกรณ์อ่านข้อมูล
แพ็กเกจอาจประกอบด้วย
- ป้ายและสื่อประชาสัมพันธ์หน้าร้าน
- เครื่องชั่งดิจิทัลขนาด 40 กิโลกรัม
- เครื่องพิมพ์ใบเสร็จ
- เครื่องพิมพ์สติ๊กเกอร์
- เครื่องอ่านบัตรประชาชน
- เครื่องสแกน QR Code
- สายวัดและวัสดุสิ้นเปลือง
แพ็กเกจ 28,990 และ 59,990 บาท
เหมาะกับผู้ที่ต้องการอุปกรณ์สำหรับจัดร้านในระดับที่ครบมากขึ้น โดยไม่ต้องจัดซื้อเครื่องหลักทุกชิ้นแยกต่างหาก
แพ็กเกจระดับสูงอาจมีอุปกรณ์เพิ่มเติม เช่น
- ชุดป้ายและสติ๊กเกอร์ตกแต่งร้าน
- เครื่องชั่งและเครื่องพิมพ์
- เครื่องอ่านบัตรและเครื่องสแกน QR Code
- กล่อง ซอง และอุปกรณ์แพ็กสินค้า
- ชุดคอมพิวเตอร์ เมาส์ และคีย์บอร์ด
- เครื่องพิมพ์เอกสาร A4
- กล้องวงจรปิด
- เครื่องตรวจธนบัตร
- ลิ้นชักเก็บเงิน
ราคาที่ระบุรวมภาษีตามข้อมูลบนเว็บไซต์ แต่รายการอุปกรณ์และเงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด ผู้สนใจควรขอใบเสนอราคาฉบับล่าสุดก่อนโอนเงินหรือเตรียมพื้นที่ร้าน
PayPoint Service เหมาะกับใคร?
แฟรนไชส์นี้เหมาะกับผู้ที่มีทำเลชุมชน มีหน้าร้านเดิม หรือต้องการเพิ่มบริการที่ลูกค้าเข้ามาใช้ซ้ำได้
กลุ่มผู้ลงทุนที่เหมาะสม ได้แก่
- ผู้ที่ต้องการเปิดร้านรับส่งพัสดุ
- ร้านถ่ายเอกสารและร้านปริ้นงาน
- ร้านขายอุปกรณ์สำนักงาน
- ร้านขายของชำหรือมินิมาร์ต
- ร้านโทรศัพท์มือถือ
- ร้านค้าในตลาดหรือชุมชน
- ผู้ขายสินค้าออนไลน์ที่มีพื้นที่หน้าร้าน
- ผู้ที่มีคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์บางส่วนอยู่แล้ว
- ผู้ที่ต้องการเพิ่มบริการเติมเงินหรือชำระบิล
- ผู้ที่ต้องการเริ่มธุรกิจด้วยแพ็กเกจหลายระดับ
ก่อนลงทุนควรสำรวจจำนวนครัวเรือน ร้านค้าออนไลน์ คู่แข่งในพื้นที่ จุดจอดรถ และปริมาณพัสดุโดยประมาณ ไม่ควรตัดสินใจจากราคาแพ็กเกจเพียงอย่างเดียว
รายได้ของร้านมาจากช่องทางใดบ้าง?
ร้านสามารถสร้างรายได้จากค่าบริการหลายรายการ แต่รายได้จริงขึ้นอยู่กับทำเล จำนวนลูกค้า ต้นทุน และบริการที่เปิดใช้งาน
ตัวอย่างช่องทางรายได้ ได้แก่
- ส่วนต่างหรือค่าบริการรับส่งพัสดุ
- จำหน่ายกล่อง ซอง เทป และบับเบิล
- ค่าบริการแพ็กสินค้า
- ค่าถ่ายเอกสารและพิมพ์งาน
- ค่าบริการเติมเงินและชำระบิล
- ค่าถ่ายรูปหรือบริการเอกสาร
- บริการเสริมอื่นตามระบบที่สมัคร
ไม่มีธุรกิจใดรับประกันรายได้เท่ากันทุกสาขา ผู้ลงทุนควรคำนวณค่าเช่า ค่าไฟ ค่าแรง วัสดุสิ้นเปลือง ค่าธรรมเนียมระบบ และเงินหมุนเวียนก่อนตัดสินใจ
ขั้นตอนเตรียมตัวก่อนสมัคร
การสำรวจทำเลและตรวจสอบอุปกรณ์ที่มีอยู่ช่วยให้เลือกแพ็กเกจได้คุ้มค่ากว่าการซื้อชุดใหญ่โดยไม่จำเป็น
ขั้นตอนเบื้องต้นมีดังนี้
- สำรวจจำนวนลูกค้าและคู่แข่งในพื้นที่
- วัดขนาดพื้นที่หน้าร้านและบริเวณเก็บพัสดุ
- ตรวจสอบคอมพิวเตอร์ เครื่องพิมพ์ และอินเทอร์เน็ตที่มีอยู่
- เลือกบริการหลักที่ต้องการเปิด
- เปรียบเทียบรายการอุปกรณ์ของแต่ละแพ็กเกจ
- สอบถามค่าใช้จ่ายประจำและเงินที่ต้องเติมในระบบ
- ขอเอกสารเงื่อนไขและใบเสนอราคาล่าสุด
- ตรวจสอบชื่อบัญชีก่อนชำระเงิน
- เตรียมเรียนรู้ระบบและขั้นตอนรับพัสดุ
- วางแผนประชาสัมพันธ์ร้านในชุมชน
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับแฟรนไชส์ PayPoint Service
ต้องมีหน้าร้านก่อนสมัครหรือไม่?
ควรแจ้งลักษณะพื้นที่ให้ทีมงานประเมินก่อนสมัคร เพราะอุปกรณ์ ป้าย และรูปแบบการให้บริการอาจต้องปรับตามขนาดและประเภทของสถานที่
มีอุปกรณ์อยู่แล้วต้องซื้อแพ็กเกจใหญ่หรือไม่?
ไม่จำเป็นต้องเลือกแพ็กเกจใหญ่เสมอไป ควรแจ้งรายการอุปกรณ์ที่มีอยู่และสอบถามว่าเครื่องเดิมสามารถใช้งานร่วมกับระบบได้หรือไม่
เปิดเฉพาะบริการเติมเงินและชำระบิลได้ไหม?
เว็บไซต์มีแพ็กเกจระบบหน้าร้านและระบบเติมเงินชำระบิล แต่ต้องตรวจสอบคุณสมบัติและเงื่อนไขล่าสุดก่อนสมัคร
สามารถเลือกขนส่งให้ลูกค้าได้หลายรายหรือไม่?
ระบบมีข้อมูลขนส่งหลายราย แต่บริการที่เปิดใช้งานได้จริงอาจแตกต่างตามสาขาและข้อตกลงในช่วงเวลานั้น
สมัครแล้วรับประกันรายได้หรือไม่?
ไม่สามารถรับประกันรายได้ได้ ผลประกอบการขึ้นอยู่กับทำเล จำนวนลูกค้า การบริหารต้นทุน และความสามารถในการเพิ่มบริการภายในร้าน
มีค่าบริการหรือค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมหรือไม่?
ผู้สมัครควรขอรายละเอียดค่าใช้จ่ายทั้งหมดเป็นลายลักษณ์อักษร รวมถึงค่าระบบ เงินหมุนเวียน ค่าขนส่งอุปกรณ์ วัสดุสิ้นเปลือง และค่าใช้บริการเสริม
เริ่มต้นร้านรับส่งพัสดุและสารพัดบริการกับ PayPoint Service
หากคุณมีทำเลหรือร้านเดิมและต้องการเพิ่มบริการรับส่งพัสดุ เติมเงิน ชำระบิล หรือบริการเอกสาร PayPoint Service มีแพ็กเกจหลายระดับให้เลือกตามความพร้อม
ก่อนสมัครควรแจ้งจังหวัด ทำเล ขนาดร้าน อุปกรณ์ที่มีอยู่ และงบประมาณ เพื่อให้ทีมงานช่วยแนะนำแพ็กเกจที่ตรงกับการใช้งานจริง พร้อมขอข้อมูลราคาและเงื่อนไขฉบับล่าสุดก่อนตัดสินใจ
สนใจสอบถามแฟรนไชส์ PayPoint Service
- เว็บไซต์: paypointservice.com
- รายละเอียดแพ็กเกจ: รูปแบบการลงทุน
- Facebook: PayPoint Service
- LINE: @ao22
- โทรศัพท์: 061-835-6622, 099-120-9227
- ที่ตั้ง: 104/48 หมู่ 2 ถนนพระยาสัจจา ตำบลเสม็ด อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี 20000